Cemetery Museum

“ความฝันสุดท้ายของเราคือสุสานพิพิธภัณฑ์ ขณะนี้ซื้อที่มาอีกแปลงหนึ่งราว 5 ไร่ใกล้
โบราณสถาน อันนี้เป็นความลับที่ไม่เคยบอกใคร พิพิธภัณฑ์จะตั้งอยู่ใกล้ๆ รีสอร์ทเรา
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ริมคลองชลประทาน ติดกับวัดร้างที่สวยงามมาก ต้นไม้ปกคลุม
ครึ้ม เราเคยไปวัดร้างวัดนี้แล้วไปกราบ เราอาจจะอันเชิญพระพุทธรูปกลับวัด กรม
ศิลปากรอาจจะยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพราะไม่อยู่ในแผนเราจะเป็นผู้บูรณะวัดร้างแห่งนี้
แล้วให้คนไทยเห็นว่าวัดในอดีตเมื่อ 400 ปีก่อนชื่อวัดอะไร

“เราบุกป่าเข้าไปเห็น จึงเชื่อว่าฟ้ากำหนดให้ได้เจอ จึงกลับมาคิดว่า 1 ชีวิตของกาลเวลา1
วัฐจักรที่เราเกิดมา เราควรจะทำประโยชน์อะไร การเป็นผู้นำจะสำเร็จได้ ไม่ได้เกิดจาก
เป็นผู้ตาม ฉะนั้นจึงอยากสร้างสุสานพิพิธภัณฑ์ที่เราสามารถเข้าไปเดินเล่นได้ ไม่เหมือน
กับสุสานที่เราเห็นกันเวลาไปเชงเม้งแล้วมีฮวงซุ้ยแต่ของเราเมื่อเข้าไปแล้วเหมือนความ
สำเร็จของพิพิธภัณฑ์ เข้าไปชมได้ น่าเดินเหมือนมิวเซียม เพื่อเข้าไปศึกษา แต่ทว่ามันเป็น
สุสานพิพิธภัณฑ์ที่อยากทำตอนนี้ให้กับบรรพบุรุษคือคุณพ่อคุณแม่ จะมีรูปปั้นของ
ท่าน 2 คนยืนติดกันแล้วจะเชิญอาจารย์ทางด้านประติมากรรม มาหล่อให้เป็นเหมือนกับ
อนุสาวรีย์ในพิพิธภัณฑ์ของครอบครัวโดยเริ่มจากพ่อ แม่เป็นรุ่นที่ 1 แล้วตัวเองเป็นรุ่นที่ 2
เพราะเราเป็นผู้สร้าง

“คำว่าพิพิธภัณฑ์ คนต้องเข้าไปดูได้โดยจะเปิดให้คนเข้าชมฟรี มันจะเป็นห้องใหญ่ๆ ตึก
หนึ่ง กำแพงจะหนา 1เมตร ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเขียน มองดูแล้วสดชื่น แต่หลังภาพเขียน
จะมีช่องหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนกายหยาบ เราไม่เรียกว่าอัฐิ สมมุติอาจจะเป็น
กระดูกนิ้วมือที่เคยสวยของเราขณะยังมีชีวิตอยู่ เอาไว้ในช่องกำแพงเล็กๆ ใครจะรู้บ้างว่า
หลังรูปใบนี้ที่สวยงามวาดด้วยสีน้ำมันทั้งหมดอาจจะมีผลงานของ ลลิสาจงบารมี หรือของ
ศิลปินกลุ่มพู่กันหวาน พิพิธภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้ขาย แต่มีให้เพื่อนคนละช่อง ครบรอบ 1 ปี
ของวันเกิดของแต่ละคน อันเป็นที่รักและเคารพจะมีลูกหลานมานั่งพูดคุย ยกรูปสวยๆ
ขึ้นมาเปิดช่องหน้าต่างเอารูปออกมาจะเห็นช่องด้านหลังรูป เมื่อเปิดออกจะมีโถ ภายใน
คือสิ่งที่แม่รักที่สุด อาจเป็นกำไลต่างหู เป็นตัวแทนของเรา อยู่ในถ้วยโถ นำมาอาบน้ำ
ปะพรมน้ำอบเย็นๆ นำเอาพวงมาลัยดอกไม้มาให้แม่หน่อย มาจิบน้ำชานั่งคุยกันเจอกัน
ปีละครั้ง

“คนที่ไม่รู้จะพูดว่า โอ้โห ภาพวาดสีน้ำมัน สวยทุกใบเลย ใครเป็นจิตรกร รูปเขาสวยนะ จะ
ไม่มีรูปถ่ายทิ้งไว้สำหรับพี่ ทุกอย่างเป็นสีน้ำมันหมด เริ่มจากกลุ่มสนับสนุนที่เรียกว่า ศิลปิน
กลุ่มพู่กันหวาน ที่มีทั้งหมด 60 คน จากคนที่รักงานศิลปะที่มาวาดรูปกับพี่ เคยถามเขา
เอาไหม ให้ฟรี ยกมือกันพรึบเต็มเลย เขาจองคนละช่องที่นั่นจะมีมุมกาแฟด้วย พี่จะทำ
พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ในเนื้อที่ไม่มากเพื่อให้ลูก หลาน เหลน โหลน ตัวเล็กๆ มาเที่ยวมาพาย
เรือ มาขี่จักรยาน มาเดินชมสวนดอกไม้ ต้นไม้ที่เราเคยอนุรักษ์ไว้”

“เราต้องการตอบแทนครูบาอาจารย์ เราจะเห็นงานครูในนี้ก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ฟ้ากำหนด ครูพาเพื่อนมาหา
ครูแนะนำเพื่อน ครูแนะนำศิลปินแห่งชาติ ครูฝากพี่ ครูฝากรุ่นน้องเข้ามา วันนี้พี่มีศิลปินที่เป็นสมาชิกกองทุนรักษ์
จิตรกรทั้งหมด 114 คน รวมทั้งคนที่เป็นจิตรกรอาสาสมัครและเป็นบอร์ดกรรมการที่เป็นหมออีก20 คน มาจาก
ที่เราบอกเขาว่างานศิลปะเป็นตัวเชื่อมตัวเราให้รู้จักตัวเรา งานศิลปะเป็นการให้รางวัลชีวิตกับตัวเราเอง การทำสมาธิ
ไม่จำเป็นจะต้องไปที่ห้องพระ แล้วบอกว่าฉันนั่งสมาธิ ศิลปะให้สมาธิตั้งแต่ได้เขียนงานศิลปะ

“เราเคยนั่งเขียนรูปตั้งแต่เย็นจรดเช้า เพราะได้สมาธิที่มาจากสัมผัสนอกกับสัมผัสใน ปลายพู่กันที่จรดเป็นลายเส้น
สีที่จิ้มขึ้นมาวาดลงบนผ้าใบ สีที่ปาดปลายพู่กันจรดลงไปทีละเส้น สู่นิ้วมือ ผ่านความคิด ผ่านสายตาผ้าใบ นิ้วมือ
แขน ตัว ใจ นี่คือสมาธิ 10 ชั่วโมงที่นั่งเขียนพี่หลับโดยไม่ต้องนอน เรานอนด้วยจิตบริสุทธิ์ จากการลืมตาก็เห็นถึง
สมาธิ หลับตาก็เห็นถึงสมาธิ มันเป็นอะไรที่สูงส่ง ทำให้รู้ว่าทำไมศิลปินเราต้องยกย่องทั้งหมด”

กองทุนรักษ์จิตรกร

“ผลงานที่แสดงในแกลเลอรี่นี้ คือผลงานของ สมาชิกของกองทุนรักษ์จิตรกร จัดนิทรรศการแนะนำรับ เชิญศิลปิน
คัดเลือกศิลปินโดยจิตรกรรุ่นพี่ๆ ศิลปินบาง คนเรารู้ประวัติ แต่งานของเขายังไม่อิ่ม ยังไม่ใช่จิตรกร โดยอาชีพ
ก็ต้องหมั่นฝึกฝน แต่ฝันเขาคือเขียนจริง วาด จริง เราต้องให้โอกาสเขา เขามีความรับผิดชอบส่วนตัวสูง ลูก 3
เมีย 1 ที่ต้องรับผิดชอบ ช่างเขียนจะเขียนได้ดี ต้อง เขียนทุกวัน ไม่มีวันหยุด ศิลปินบางคนอายุ 76 ปีแล้วนะ ยังเขียนอยู่ทุกวัน วันไหนไม่ทำรู้สึกเหมือนขาดการกินข้าว ไป 1 มื้อ ศิลปินส่วนมากยังลำบาก ส่วนน้อยอยู่ดีกิน
ดีกว่า คนที่จบสายศิลป์ที่เขียนรูป ปั้นรูป นับหมื่นนับแสนคนที่ จบออกมา พวกนี่คือช้างเผือกที่คนยังค้นไม่เจอ ที่นี่
ไม่มี การแข่งขัน มีแต่การช่วยเหลือสนับสนุนเอื้อเฟื้ออุ้มชูให้ โอกาส เราถึงอยู่กันได้ 100 กว่าคน

“เคยพูดกับบอร์ดว่า อาจารย์คะ เรามีแต่แก่ลงนะเราจะเริ่มแข็งแรงน้อยลงกว่าน้องๆ ที่กำลังตามเรามา แต่โชคดีต่าง
หากที่เรารวมเป็นพลัง เราจึงเดินเป็นจังหวะที่คนอื่นจะเชิดชู ยกย่องศิลปินไทย กองทุนนี้มีเพื่อช่วยเหลือดูแลศิลปิน
ทุกคนทั้งจิตรกร ประติมากร ในยามเจ็บป่วย หลักๆ ของกองทุนรักษ์จิตรกร คือหาเงินกองกลางไว้โดยภาพที่
จำหน่ายเราจะคืนศิลปิน 50-70% 100 บาทเราคืนให้ 50-70 บาทขึ้นอยู่ที่การทำงาน ทำงานมานานก็คืนเยอะ
ทำงานมาน้อยก็ต้องเสียสละหน่อย

“อีกอย่างของกองทุนก็เพื่อที่จะเผยแพร่ชื่อเสียงและผลงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแสดงออกซึ่งความสามัคคีเอื้อ
อาทรซึ่งกันและกัน สุดท้ายเพื่อธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของจิตรกรรม ประติมากรรมไทย ให้มั่นคง
สืบไปเพราะศิลปินยิ่งแก่ ก็ยิ่งป่วย ศิลปินทำงานมาตลอดชีวิตไม่ได้รู้จักการดูแลตัวเองเลย ดูแลแต่ครอบครัว

“กองทุนธารศิลป์..รักษ์จิตรกร เพิ่งทำมาได้ 3 ปีสำหรับตอนนี้อายุ 60 ปีแล้ว ขอให้ทำกองทุนต่อไปหากเราต้อง
ไปก่อน ก็ให้ดูแลเรื่องรักษาพยาบาล ดูแลเรื่องประกันสุขภาพของศิลปินที่ไม่มีครอบครัวหรือมีครอบครัวแล้ว เมื่อ
เขาต้องสิ้นไป ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนขอให้จัดงานศพให้เขาอย่างสมเกียรติ ให้กองทุนเป็นประธาน เป็นเจ้าภาพ
ตั้งศพให้ดูดี จัดดอกไม้ให้งดงามเพราะศิลปินนั้นมีค่า ไม่มีสาขาเป็นของตัวเอง เราต้องทำหน้าที่เป็นครอบครัว
แทนคนที่ไม่มีครอบครัว หากศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องมาประสบอุบัติเหตุ ประสบภัยทางธรรมชาติ เกิดไฟไหม้
น้ำท่วมบ้านขาดที่อยู่อาศัยกองทุนรักษ์จิตรกรไม่ได้ดูแลตรงนี้ แต่เราขอให้กองทุนช่วยดูแลคนเหล่านี้สัก 3-6
เดือนหาที่อยู่ให้เขาพักผ่อนในช่วงที่เขาต้องจัดสรรตัวเองใหม่

ใฝ่ฝัน ฝันใฝ่

“ถ้าจะถามตัวเอง ความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กคืออยากจะ เป็นผู้หญิงในแบบนางในวรรคดีไทย มีนายพรานนำเอาไป เลี้ยง
แล้วมีกษัตริย์หรือเจ้าชายมาประพาสแล้วมาเจอนำ ไปเลี้ยงต่อ เป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ในพระราชวัง ไม่ต้อง มาลุย
เหมือนเป็นขุนพลนักรบแบบนี้

“ถ้าไม่นิพพาน ชาติหน้า อยากเป็นผู้หญิงหวานๆอยากเป็นผู้หญิงจริงๆ เหมือนนางในวรรณคดี ของอาจารย์
จักรพันธุ์ โปษยกฤต หรือภาพเขียนของอาจารย์สุรเดช แก้วท่าไม้ ผู้หญิงแต่ละคนเดินเก็บดอกไม้รูปร่างหน้าตา
หวานๆ ยิ้มๆ หน้าจิ้มลิ้ม อยากเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายบอกว่า ฉันอยากดูแลเธอ

“จิตใต้สำนึกของทุกคนจะบ่งบอกว่าตอนนี้เหลือวัยที่จะต้องเคาท์ดาวน์แล้ว ลึกๆ ในใจจะบอกว่า เวลาเราเหลือไม่
เยอะตื่นเช้าขึ้นมาต้องล็อกเวลาหมด จะไปไหนมันเกิดจากสุขภาพจิตข้างในว่าการให้ที่เราให้มาตลอดระยะเวลาคือ
ความสุข เรารู้ว่าการตื่นมาที่ไม่ต้องนอนรอคอยความหวังจากคนอื่น เราจะรอคอยกับสิ่งที่ทำ แล้วตั้งมั่นของแต่ละวัน
ให้กับสิ่งที่ดีที่สุด”


กลับไปหน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |